Brainy Sense เชื่อว่าพัฒนาการเด็กเริ่มต้นที่ ”บ้าน” ดีที่สุด
เราพร้อมให้บริการส่งเสริมพัฒนาการเด็กทุกวัย ด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน
วิสัยทัศน์
ทำไมต้อง Brainy Sense
นักกิจกรรมบำบัด คือใคร
กิจกรรมบำบัด คืออะไร
ประเมินพัฒนาการ
- แบบทดสอบพัฒนาการเด็กปฐมวัย Denver II
- การบูรณาการประสาทความรู้สึก
- แบบสังเกตทางคลินิกในการบูรณาการประสาทความรู้สึก
- แบบทดสอบการรับรู้ทางสายสา DTVP-2
- แบบประเมินความเสี่ยงเข้าข่ายสมาธิสั้น DSM-IV
- แบบประเมินความเสี่ยงภาวะออทิสติก
- แบบทดสอบทักษะการเขียน
เราดูแลเด็กกลุ่มไหนบ้าง
- เด็กซน อยู่ไม่นิ่ง คล้ายสมาธิสั้น
- พัฒนาการช้ากว่าวัย
- ลูกไม่พูด/พูดช้า
- ก้าวร้าว/อารมณ์แปรปรวน มีพฤติกรรมต่อต้าน
- ไม่ชอบไปโรงเรียน มีปัญหาในการเข้าสังคม
- เด็กกินยาก กระตุ้นดูดกลืน ฝึกกลืนอาหาร
- ออทิสติก(ASD)
- โรคสมาธิสั้น (ADHD)
- โรคดาวน์ซินโดรม (Down’s Syndrome)
- โรคสมองพิการ (CP)
- Sensory Processing Disorder (SPD)
รูปแบบการบริการ
บริการที่บ้าน และบริการในโรงเรียน/เนอสเซอร์รี่
โดยบุคคลากรทางการแพทย์
ทีมนักบำบัด มีใบประกอบวิชาชีพ
🔹🔹🔹🔹🔹
มุ่งเน้นส่งเสริมพัฒนาการเด็กเป็นองค์รวมคือหัวใจสำคัญ
ปรับความพร้อมพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้
ให้เด็กเติบโตได้อย่างมีศักยภาพและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
🔹🔹🔹🔹🔹
สามารถวัดผลพัฒนาการและประเมินผลได้จริงด้วยแบบประเมินมาตรฐาน
หากเข้าใจปัญหา และได้รับการกระตุ้นพัฒนาการจากผู้เชี่ยวชาญ
ผ่านการประเมิน วางแผนการส่งเสริมอย่างตรงจุด
ลูกไม่พูด คล้ายสมาธิสั้น พัฒนาการช้ากว่าวัย
ซน ไม่มีสมาธิ พฤติกรรมก้าวร้าว
เข้ากับเพื่อนยาก ไม่ชอบไปโรงเรียน
พฤติกรรมเหล่านี้ คือสัญญาณเตือนลูกอาจมีพัฒนาการล่าช้ากว่าวัย
หากพ่อแม่มีความกังวล สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กได้
ประเมินพัฒนาการ ให้คำปรึกษา วางแผนการบำบัดรายบุคคล
ส่งเสริมพัฒนาการและแก้ไขพฤติกรรมเด็ก
🚩ได้รับการประเมินพัฒนาการฟรีทุกคนก่อนเริ่มโปรแกรมกับเรา🚩
“Brainy Sense เชื่อว่าเด็กทุกคนมีความพิเศษและความยอดเยี่ยมในแบบของตนเอง
เราจึงช่วยให้เด็กๆ ปลดล็อกความพิเศษและส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”







ลูกของท่านมีพฤติกรรมเหล่านี้หรือไม่ ?
ออทิสติก ไม่พูด คล้ายสมาธิสั้น ปรับตัวยาก
พัฒนาการช้ากว่าวัย มีปัญหาดูดกลืน
ซน ไม่มีสมาธิ ไม่ชอบไปโรงเรียน เด็กกินยาก
“เพราะเราเชื่อว่าการเรียนรู้ทั้งหมดเกิดขึ้นจากระบบประสาทสัมผัสของร่างกาย”
การสัมผัส เสียง รสชาติ การมองเห็น การดมกลิ่น และการเคลื่อนไหว
กระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการ
รอบด้าน
อ่านเพิ่มเติม
กระตุ้นการพูด แก้ไขการพูด
และการสื่อสารให้เป็นไปตามวัย
อ่านเพิ่มเติม
ส่งเสริมพัฒนาการ
และปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม
อ่านเพิ่มเติม
สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการกระตุ้นพัฒนาการเด็กเองที่บ้าน
สะดวก ยืดหยุ่น ประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถจัดเวลาฝึกได้ตามความพร้อมของเด็ก
อ่านเพิ่มเติม





ขั้นตอนการรับบริการ
คำถามที่พบบ่อย FAQ
ออทิสติกเป็นความผิดปกติทางพัฒนาการของสมองที่ส่งผลต่อการสื่อสาร การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และพฤติกรรม ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่การรักษาและการบำบัด สามารถช่วยพัฒนาศักยภาพให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข
การกระตุ้นพัฒนาการเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กทุกคน หากมีข้อบ่งชี้ว่าล่าช้าเพียงเล็กน้อย และได้รับการกระตุ้นพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอก็จะเห็นผลไว เด็กควรได้รับโอกาสกระตุ้นพัฒนาการให้เทียบเท่ากับวัยเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญและหาทางกระตุ้นพัฒนาการลูกอย่างสม่ำเสมอ
ข้อบ่งชี้ว่าเด็กอาจมีปัญหาในการพูดล่าช้า คือ
- อายุ 6 เดือน ไม่ส่งเสียงอือ อา ไม่หันหาเสียง
- อายุ 10 เดือน เรียกชื่อไม่หันหา
- อายุ 15 เดือน ไม่เข้าใจคำสั่งห้าม ไม่เข้าใจคำสั่งง่าย ๆ เช่น มานี่ นั่งลง บ้ายบาย
- อายุ 18 เดือน พูดคำเดี่ยวได้น้อยกว่า 5-6 คำ
- อายุ 2 ปี พูดคําเดี่ยว ๆ ที่มีความหมาย 2 คําติดต่อกันไม่ได้ เช่น ไปเที่ยว ไม่เอา ขอขนม หรือส่วนของร่างกายง่าย ๆ ไม่ได้
- อายุ 3 ปี พูดเป็นประโยคง่าย ๆ ไม่ได้ พูดแล้วคนไม่คุ้นเคย ไม่เข้าใจ
- อายุ 4 ปี ยังพูดติดอ่าง
- อายุ 7 ปี ยังพูดไม่ชัด
ช่วยให้ลูกมีพัฒนาการที่สมวัย มีพัฒนาการที่ดีในทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ซึ่งจะช่วยให้ลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและมีความสุขในชีวิต
ช่วงเวลาทองของพัฒนาการ แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้
- ช่วงตั้งครรภ์ : สมองของลูกเริ่มพัฒนาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ คุณแม่ควรดูแลตัวเองให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และเข้ารับการตรวจสุขภาพตามนัด เพื่อช่วยให้สมองของลูกพัฒนาอย่างสมบูรณ์
- ช่วงแรกเกิดถึง 3 ขวบ : ช่วงเวลานี้สมองพัฒนาอย่างรวดเร็ว จะเริ่มเรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย เช่น การมองเห็น การได้ยิน การพูด การเคลื่อนไหว การคิด และการเรียนรู้ทางสังคม คุณพ่อคุณแม่ควรกระตุ้นพัฒนาการของลูกในช่วงนี้ เพื่อให้มีพัฒนาการที่สมวัยและเป็นไปตามศักยภาพของตนเอง
- ช่วง 3-8 ขวบ : ช่วงเวลานี้สมองยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ลูกจะเริ่มเรียนรู้ทักษใหม่ๆ เช่น การอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ และการเข้าสังคม คุณพ่อคุณแม่ควรกระตุ้นพัฒนาการของลูกในช่วงนี้ เพื่อให้มีพัฒนาการที่สมวัยและเตรียมพร้อมสำหรับการเรียนรู้ในระดับสูงขึ้นต่อไป
EF หรือ Executive Function คือ ทักษะกระบวนการทางความคิด ในสมองส่วนหน้า ที่เกี่ยวข้องกับการคิด ความรู้สึก และการกระทำ เช่น การควบคุมอารมณ์ การยืดหยุ่นทางความคิด การตั้งเป้าหมาย วางแผน ความมุ่งมั่น และการทำสิ่งต่างๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอนจนบรรลุความสำเร็จ
EF ฝึกได้อย่างไร ?
ช่วง 0-3 ปี
- เน้นการสร้างสายใยสมอง: กอด เล่น พูดคุย สัมผัส ให้ความรักความอบอุ่น
- ส่งเสริมการรับรู้: เล่นของเล่นที่มีสีสัน เสียง ดนตรี
- ส่งเสริมการเคลื่อนไหว: เล่นกลิ้ง เล่นคลาน เล่นจับของ
- ฝึกการรอคอย: ฝึกให้รอคอยอาหาร รอคอยการเปลี่ยนผ้าอ้อม
- ฝึกการควบคุมอารมณ์: ปลอบโยนเมื่อร้องไห้ สอนให้รู้จักอารมณ์
ช่วง 3-6 ปี
- เล่นกิจกรรมที่ช่วยฝึก EF: เล่นต่อจิ๊กซอว์ เล่นบอร์ดเกม วาดรูป ระบายสี
- ฝึกให้ช่วยงานบ้าน: เก็บของเล่น ล้างจาน กวาดบ้าน รดน้ำต้นไม้
- สอนให้รู้จักวางแผน จัดระเบียบ: วางแผนการบ้าน จัดกระเป๋าเรียน จัดโต๊ะทำงาน
- ฝึกให้ควบคุมอารมณ์ อดทน รอคอย: สอนให้ผ่อนคลายเมื่อโกรธ สอนให้ใจเย็น
- สอนให้คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา: ตั้งคำถามให้คิด สอนให้หาทางออก
- อ่านหนังสือ ร้องเพลง เล่านิทาน: ฝึกการจดจำ จินตนาการ
ช่วง 6-12 ปี
- ส่งเสริมทักษะ EF ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย: เล่นกีฬา ดนตรี วาดรูป เขียนนิทาน ประดิษฐ์
- ฝึกให้รับผิดชอบ: ทำการบ้าน ดูแลตัวเอง เก็บเงิน
- สอนให้ตัดสินใจ: เลือกเสื้อผ้า เลือกอาหาร เลือกเพื่อน
- สอนให้รู้จักแก้ปัญหา: ตั้งคำถาม วิเคราะห์ หาทางออก
- สอนให้รู้จักทำงานเป็นทีม: เล่นกีฬา ทำงานกลุ่ม
- สอนให้รู้จักใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม: ค้นหาข้อมูล เรียนรู้สิ่งใหม่
ภาพกิจกรรม
บทความน่าสนใจ