Brainy Sense เชื่อว่าพัฒนาการเด็กเริ่มต้นที่ ”บ้าน” ดีที่สุด

เราพร้อมให้บริการส่งเสริมพัฒนาการเด็กทุกวัย ด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน

มุ่งส่งเสริมพัฒนาการเด็กที่รวบรวมบุคคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาการเด็ก ให้บริการอย่างมีคุณภาพ บุคคลากรทุกคนมีประสบการณ์และมีการพัฒนาทักษะอย่างสม่ำเสมอ  นักกิจกรรมบำบัดในประเทศไทยยังมีจำนวนน้อยมาก เป็นวิชาชีพที่ยังขาดแคลน ไม่เพียงพอต่อความต้องการ เราจึงเล็งเห็นความสำคัญของเด็กทุกคนทั้งเด็กที่มีความต้องการพิเศษ และเด็กปกติที่ต้องการเตรียมความพร้อมพื้นฐานก่อนไปโรงเรียน ให้เด็กได้มีโอกาสกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการได้เทียบเด็กเท่าวัยเดียวกัน รอคอยวันที่เติบโตเป็นเด็กดีและมีความสุข
ส่งเสริมพัฒนาการให้เป็นไปตามวัยและมีศักยภาพสูงสุด ครอบคลุมพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย การตื่นตัว  อารมณ์ จิตใจ การเข้าสังคม และสมาธิ สติปัญญา โดยเน้นทฤษฎีการบูรณาการประสาทความรู้สึก(Sensory integration) และหลักการประสาทพัฒนาการมนุษย์(Neurodevelopmental) มาประยุกต์ใช้ร่วมกับเทคนิคการบำบัดอื่นๆที่หลากหลาย เพื่อปรับระบบประสาทที่ทำหน้าที่รับความรู้สึกและสั่งการการเคลื่อนไหวของร่างกาย ที่มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็ก ช่วยให้เด็กสามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว และแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม  การประเมินพัฒนาการเด็กด้วยแบบประเมินมาตรฐานของนักกิจกรรมบำบัดจะช่วยคัดกรองพฤติกรรมที่เกิดขึ้น วิเคราะห์ปัญหา วางเป้าหมายกระตุ้นพัฒนาการและแก้ไขความพร้อมพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ เมื่อพบเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า สิ่งสำคัญจากนี้คือ ความรู้ความเข้าใจของผู้ปกครองที่มีต่อเด็ก การปรับวิธีเลี้ยงดู  เด็กควรได้รับการกระตุ้นพัฒนาการด้วยวิธีที่ถูกต้องและความถี่ที่เหมาะสม และเพื่อไม่ให้ขาดโอกาสในการกระตุ้นพัฒนาการให้เทียบเท่าเด็กวัยเดียวกัน ในช่วงวัย 6-8 ปีแรก เป็นช่วงวัยที่เด็กมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วและก้าวกระโดดในทุกด้าน เรียกว่าเป็นช่วงทองของพัฒนาการเด็ก เด็กในวัยนี้จะมีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา และมีความอยากรู้อยากเห็นสูง จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่พ่อแม่และผู้ปกครองควรส่งเสริมพัฒนาการของเด็กให้เต็มที่
“นักกิจกรรมบำบัด” คือ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลป์ ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร เทียบเท่าปริญญาสาขากิจกรรมบําบัดจากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขากิจกรรมบําบัด รับรองและต้องสอบความรู้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขากิจกรรมบําบัดกําหนด
“กิจกรรมบำบัด” จะศึกษาหลากหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการแพทย์ กายวิภาค การทำงานของสมองและการบำบัด  เป็นต้น เพื่อนำมาประยุกต์เข้ากับหลักการทางกิจกรรมบำบัด ทั้งหลักการพัฒนาการประสาทมนุษย์(Neurodevelopment) ทฤษฎีการบูรณาการประสาทความรู้สึก(Sensory Integration) และทฤษฎีอื่นๆร่วมกันในการตรวจประเมิน ให้การบำบัดรักษากับเด็ก และเครื่องมือสำคัญนักกิจกรรมบำบัด คือ การนำเอากิจกรรมของเด็ก ก็คือ “การเล่น” มาวิเคราะห์ ประยุกต์ใช้ในการบำบัด รักษา ทำให้เด็กไม่กังวลเวลาต้องเข้าร่วมโปรแกรมฝึก ดังนั้น กิจกรรม การเล่น ที่นักกิจกรรมบำบัดใช้บำบัดล้วนผ่านการคิดวิเราะห์มาอย่างดีแล้วว่าเหมาะสมกับเด็กนั้นๆ จึงเป็นกิจกรรมที่มีเป้าหมายและมีจุดมุ่งหมาย “เล่น”อย่างไรให้ลูกมีพัฒนาการ — เราเชี่ยวชาญแน่นอนค่ะ” เป้าหมายสำคัญของกิจกรรมบำบัด คือ ส่งเสริมศักยภาพของเด็กให้กลับไปใช้ชีวิตได้เองอย่างมีความสุข
  • แบบทดสอบพัฒนาการเด็กปฐมวัย Denver II
  • การบูรณาการประสาทความรู้สึก 
  • แบบสังเกตทางคลินิกในการบูรณาการประสาทความรู้สึก
  • แบบทดสอบการรับรู้ทางสายสา DTVP-2
  • แบบประเมินความเสี่ยงเข้าข่ายสมาธิสั้น DSM-IV
  • แบบประเมินความเสี่ยงภาวะออทิสติก
  • แบบทดสอบทักษะการเขียน
  • เด็กซน อยู่ไม่นิ่ง คล้ายสมาธิสั้น 
  • พัฒนาการช้ากว่าวัย
  • ลูกไม่พูด/พูดช้า 
  • ก้าวร้าว/อารมณ์แปรปรวน มีพฤติกรรมต่อต้าน
  • ไม่ชอบไปโรงเรียน มีปัญหาในการเข้าสังคม
  • เด็กกินยาก กระตุ้นดูดกลืน ฝึกกลืนอาหาร
  • ออทิสติก(ASD)
  • โรคสมาธิสั้น (ADHD)
  • โรคดาวน์ซินโดรม (Down’s Syndrome)
  • โรคสมองพิการ (CP)
  • Sensory Processing Disorder (SPD)
Welcome to Brainy Sense
Child Development
ให้บริการส่งเสริมพัฒนาการและแก้ไขพฤติกรรมเด็ก

รูปแบบการบริการ

บริการที่บ้าน และบริการในโรงเรียน/เนอสเซอร์รี่

โดยบุคคลากรทางการแพทย์

ทีมนักบำบัด  มีใบประกอบวิชาชีพ

🔹🔹🔹🔹🔹

มุ่งเน้นส่งเสริมพัฒนาการเด็กเป็นองค์รวมคือหัวใจสำคัญ

ปรับความพร้อมพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้

ให้เด็กเติบโตได้อย่างมีศักยภาพและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

🔹🔹🔹🔹🔹

สามารถวัดผลพัฒนาการและประเมินผลได้จริงด้วยแบบประเมินมาตรฐาน

" พัฒนาการล่าช้าของเด็ก ทุกคนสามารถพัฒนาได้ "

หากเข้าใจปัญหา และได้รับการกระตุ้นพัฒนาการจากผู้เชี่ยวชาญ

ผ่านการประเมิน วางแผนการส่งเสริมอย่างตรงจุด

ลูกไม่พูด คล้ายสมาธิสั้น พัฒนาการช้ากว่าวัย

 

ซน ไม่มีสมาธิ พฤติกรรมก้าวร้าว

 

เข้ากับเพื่อนยาก ไม่ชอบไปโรงเรียน

พฤติกรรมเหล่านี้ คือสัญญาณเตือนลูกอาจมีพัฒนาการล่าช้ากว่าวัย

หากพ่อแม่มีความกังวล สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กได้

ประเมินพัฒนาการ ให้คำปรึกษา วางแผนการบำบัดรายบุคคล   

ส่งเสริมพัฒนาการและแก้ไขพฤติกรรมเด็ก

🚩ได้รับการประเมินพัฒนาการฟรีทุกคนก่อนเริ่มโปรแกรมกับเรา🚩

“Brainy Sense เชื่อว่าเด็กทุกคนมีความพิเศษและความยอดเยี่ยมในแบบของตนเอง

เราจึงช่วยให้เด็กๆ ปลดล็อกความพิเศษและส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”

ลูกของท่านมีพฤติกรรมเหล่านี้หรือไม่ ?

ออทิสติก ไม่พูด คล้ายสมาธิสั้น ปรับตัวยาก

 

พัฒนาการช้ากว่าวัย   มีปัญหาดูดกลืน

 

ซน ไม่มีสมาธิ ไม่ชอบไปโรงเรียน เด็กกินยาก

“เพราะเราเชื่อว่าการเรียนรู้ทั้งหมดเกิดขึ้นจากระบบประสาทสัมผัสของร่างกาย”

การสัมผัส เสียง รสชาติ การมองเห็น การดมกลิ่น และการเคลื่อนไหว 

BrainySenseKids
กิจกรรมบำบัดเด็ก

กระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการ

รอบด้าน

อ่านเพิ่มเติม

แก้ไขการพูด/ฝึกพูด

กระตุ้นการพูด แก้ไขการพูด

และการสื่อสารให้เป็นไปตามวัย

อ่านเพิ่มเติม

จิตวิทยาพัฒนาการ

ส่งเสริมพัฒนาการ

และปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม

อ่านเพิ่มเติม

บำบัดออนไลน์ (coming soon...)

สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการกระตุ้นพัฒนาการเด็กเองที่บ้าน

สะดวก ยืดหยุ่น ประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถจัดเวลาฝึกได้ตามความพร้อมของเด็ก

อ่านเพิ่มเติม

BrainySenseKids
BrainySenseKids
BrainySenseKids
BrainySenseKids
BrainySenseKids
BrainySenseKids

ขั้นตอนการรับบริการ

BrainySenseKids

คำถามที่พบบ่อย FAQ

ออทิสติกเป็นความผิดปกติทางพัฒนาการของสมองที่ส่งผลต่อการสื่อสาร การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และพฤติกรรม ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่การรักษาและการบำบัด สามารถช่วยพัฒนาศักยภาพให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข

การกระตุ้นพัฒนาการเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กทุกคน หากมีข้อบ่งชี้ว่าล่าช้าเพียงเล็กน้อย และได้รับการกระตุ้นพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอก็จะเห็นผลไว เด็กควรได้รับโอกาสกระตุ้นพัฒนาการให้เทียบเท่ากับวัยเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญและหาทางกระตุ้นพัฒนาการลูกอย่างสม่ำเสมอ

ข้อบ่งชี้ว่าเด็กอาจมีปัญหาในการพูดล่าช้า คือ

  • อายุ 6 เดือน ไม่ส่งเสียงอือ อา ไม่หันหาเสียง 
  • อายุ 10 เดือน เรียกชื่อไม่หันหา 
  • อายุ 15 เดือน ไม่เข้าใจคำสั่งห้าม ไม่เข้าใจคำสั่งง่าย ๆ เช่น มานี่ นั่งลง บ้ายบาย 
  • อายุ 18 เดือน พูดคำเดี่ยวได้น้อยกว่า 5-6 คำ
  • อายุ 2 ปี พูดคําเดี่ยว ๆ ที่มีความหมาย 2 คําติดต่อกันไม่ได้ เช่น ไปเที่ยว ไม่เอา ขอขนม หรือส่วนของร่างกายง่าย ๆ ไม่ได้ 
  • อายุ 3 ปี พูดเป็นประโยคง่าย ๆ ไม่ได้ พูดแล้วคนไม่คุ้นเคย ไม่เข้าใจ 
  • อายุ 4 ปี ยังพูดติดอ่าง 
  • อายุ 7 ปี ยังพูดไม่ชัด

ช่วยให้ลูกมีพัฒนาการที่สมวัย มีพัฒนาการที่ดีในทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ซึ่งจะช่วยให้ลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและมีความสุขในชีวิต

ช่วงเวลาทองของพัฒนาการ แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้

  • ช่วงตั้งครรภ์ : สมองของลูกเริ่มพัฒนาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ คุณแม่ควรดูแลตัวเองให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และเข้ารับการตรวจสุขภาพตามนัด เพื่อช่วยให้สมองของลูกพัฒนาอย่างสมบูรณ์
  • ช่วงแรกเกิดถึง 3 ขวบ : ช่วงเวลานี้สมองพัฒนาอย่างรวดเร็ว จะเริ่มเรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย เช่น การมองเห็น การได้ยิน การพูด การเคลื่อนไหว การคิด และการเรียนรู้ทางสังคม คุณพ่อคุณแม่ควรกระตุ้นพัฒนาการของลูกในช่วงนี้ เพื่อให้มีพัฒนาการที่สมวัยและเป็นไปตามศักยภาพของตนเอง
  • ช่วง 3-8 ขวบ : ช่วงเวลานี้สมองยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ลูกจะเริ่มเรียนรู้ทักษใหม่ๆ เช่น การอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ และการเข้าสังคม คุณพ่อคุณแม่ควรกระตุ้นพัฒนาการของลูกในช่วงนี้ เพื่อให้มีพัฒนาการที่สมวัยและเตรียมพร้อมสำหรับการเรียนรู้ในระดับสูงขึ้นต่อไป

EF หรือ Executive Function คือ ทักษะกระบวนการทางความคิด ในสมองส่วนหน้า ที่เกี่ยวข้องกับการคิด ความรู้สึก และการกระทำ เช่น การควบคุมอารมณ์ การยืดหยุ่นทางความคิด การตั้งเป้าหมาย วางแผน ความมุ่งมั่น และการทำสิ่งต่างๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอนจนบรรลุความสำเร็จ

EF ฝึกได้อย่างไร ?

ช่วง 0-3 ปี

  • เน้นการสร้างสายใยสมอง: กอด เล่น พูดคุย สัมผัส ให้ความรักความอบอุ่น
  • ส่งเสริมการรับรู้: เล่นของเล่นที่มีสีสัน เสียง ดนตรี
  • ส่งเสริมการเคลื่อนไหว: เล่นกลิ้ง เล่นคลาน เล่นจับของ
  • ฝึกการรอคอย: ฝึกให้รอคอยอาหาร รอคอยการเปลี่ยนผ้าอ้อม
  • ฝึกการควบคุมอารมณ์: ปลอบโยนเมื่อร้องไห้ สอนให้รู้จักอารมณ์

ช่วง 3-6 ปี

  • เล่นกิจกรรมที่ช่วยฝึก EF: เล่นต่อจิ๊กซอว์ เล่นบอร์ดเกม วาดรูป ระบายสี
  • ฝึกให้ช่วยงานบ้าน: เก็บของเล่น ล้างจาน กวาดบ้าน รดน้ำต้นไม้
  • สอนให้รู้จักวางแผน จัดระเบียบ: วางแผนการบ้าน จัดกระเป๋าเรียน จัดโต๊ะทำงาน
  • ฝึกให้ควบคุมอารมณ์ อดทน รอคอย: สอนให้ผ่อนคลายเมื่อโกรธ สอนให้ใจเย็น
  • สอนให้คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา: ตั้งคำถามให้คิด สอนให้หาทางออก
  • อ่านหนังสือ ร้องเพลง เล่านิทาน: ฝึกการจดจำ จินตนาการ

ช่วง 6-12 ปี

  • ส่งเสริมทักษะ EF ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย: เล่นกีฬา ดนตรี วาดรูป เขียนนิทาน ประดิษฐ์
  • ฝึกให้รับผิดชอบ: ทำการบ้าน ดูแลตัวเอง เก็บเงิน
  • สอนให้ตัดสินใจ: เลือกเสื้อผ้า เลือกอาหาร เลือกเพื่อน
  • สอนให้รู้จักแก้ปัญหา: ตั้งคำถาม วิเคราะห์ หาทางออก
  • สอนให้รู้จักทำงานเป็นทีม: เล่นกีฬา ทำงานกลุ่ม
  • สอนให้รู้จักใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม: ค้นหาข้อมูล เรียนรู้สิ่งใหม่

ภาพกิจกรรม


บทความน่าสนใจ